วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อดนอนเพราะดูบอล

เมื่อคืนก้อเป็นอีกคืนที่อดหลับอดนอน ทนดูบอลตอนตีหนึ่ง(เพื่ออะไรเนี่ย)
พอเริ่มจะเช้ามันก็เลยมีอาการมึนๆ งงๆ ก๊งๆ ยืนโอนเอียง มันเดินไม่ค่อยจะตรงเข้าใจม้ายยยย
พรุ่งนี้มีงานต้องส่งต้องไปคุยงานกับลูกค้าแท้ๆ ยังไม่ยอมนอนหลับพักผ่อนอีก เฮ้อออ
ไม่เป็นไรวันพุธ-พฤหัส ขอนอนเต็มอิ่มซะหน่อย

วันพฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2553

แค่เหงาเหมาว่ารัก - ฟิล์ม รัฐภูมิ

บ่อยๆที่โทรเข้ามา
Every time you turns around, come close to me

เวลาที่เธอเหงาใจ
Anytime you feel lonely

อยากจะขอถามเธอซักที
would like to ask you

ที่เธอเข้ามาใกล้กัน
Why do you come so close?

นี่มันจะแปลว่าไง
What does it mean?

ก็ยังสงสัยจนวันนี้
I still call into question until present

ก็ยังคาใจทุกที
I still be under in my mind

นี่เธอมีใจให้ต่อกัน
Do you disposed me?

หรือว่าคบฉันไว้ลืมใคร
Or do you make friends with me to forget someone?

แค่เพียงเธอเหงา ฉันก็เหมาว่าเธอรักกัน
You just lonely, but I presume you love me

ถ้าเธอไม่คิดอะไรขนาดนั้น
If you don't feel anything like that

ช่วยพูดซักคำได้มั๊ย
Would you please to say anything?

เวลาเธอเหงา แล้วคบฉันมันคืออะไร
Why do you make friends with me in lonely time? What does it mean?

ความจริงแล้วเธอแค่อยากลืมใคร
Truly you just wanna forget someone

จะเป็นไรไหม ถ้าถามเธอไป(อย่างนั้น)
Would you mind if I ask you like that?

คงเป็นแค่คนใกล้ตัว
I may be intimate friend

ที่ใจไม่เคยใกล้กัน
With a heart that never seems to close

เธอคงให้ฉันได้แค่นี้
You might give me no more and no less

ก็ยังคาใจทุกที
I still be under in my mind

นี่เธอมีใจให้ต่อกัน
Do you disposed me?

หรือว่าคบฉันไว้ลืมใคร
Or do you make friends with me to forget someone?

ถ้าเธอไม่คิดอะไร
If you don't feel anything

บอกกันฉันยังเข้าใจได้ทัน
Never too late if you tell me, I will read between the lines

ถ้าเธอยังไม่ลืมเขา
If you never forget him

ก็อย่าทำเหมือนมีใจให้กัน
Don't do like you disposed me

อย่าทำให้มันค้างคาอยู่อย่างนี้
Don't make inconclusive like this

ช่วยฉันทีถ้าเธอไม่รัก….
Help me please! if you don't love me

## [MV]

ถ้าหาก.....มันบังเอิญ

สมมติ ถ้าฉันเลือกเดินไปทางอื่น บางที เราอาจไม่เจอกัน
สมมติ วันนั้นถ้าเธอเดินมาช้า ก็คง คลาดกันไปตลอด


ฉันเคยคิดว่าคนเราเจอกัน มันเป็นแค่เหตุอันบังเอิญ
และฉันเคยคิดว่าใครที่เจอรัก ก็เพราะโชคดีเสียเหลือเกิน

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

[MV] ได้โปรด แพรว คณิตกุล



"เจ้าตัวยุ่ง" อิอิ

รู้บ้างมั้ย ??

ดึงตัวเองกลับมาทุกที  เมื่อฉันรู้สึกดี

เตือนตัวเองว่าคิดดีๆ  กับท่าทีที่พบเจอ

"ยางลบ" กับการแก้สิ่งผิดพลาด

สมัยเด็กๆ ครูสอนศิลปะท่านหนึ่งสอนฉันเสมอว่าเวลาเราใช้ดินสอวาดภาพ
เราห้ามใช้ยางลบ

ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจจุดประสงค์ของครูสักท่าไหร่ รู้แต่เพียงว่า
เวลาฉันวาดภาพแล้วเส้นมันบิดเบี้ยว ฉันก็อยากจะให้มันตรงสวย
แต่ทุกครั้งที่ฉันหยิบยางลบขึ้นมาเพื่อจะลบภาพนั้น ครูของฉันก็จะเตือนถึงกติกานั้นเสมอ

สุดท้ายฉันจึงเลือกใช้วิธีต่อเติมภาพๆ นั้นไปตามจินตนาการ เช่น
ถ้าฉันตั้งใจวาดรูปหน้าคน แต่ฉันอาจเผลอวาดตากลมโตเกินไปฉันก็ จะใช้วิธีเปลี่ยนตากลมๆ นั้นเป็นแว่นตาแทน

แม้นตอนนั้นฉัน ยังไม่เข้าใจว่าทำไม ฉันจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ

และแม้ฉันจะไม่เคยคิดวาด รูปหน้าคนใส่แว่นมาก่อน แต่ฉันก็ได้รูปหน้าคนตามที่ต้องการ แถมยังภูมิใจว่าสามารถวาดภาพๆ นั้นด้วยความมั่นใจ และไม่ต้องใช้ยางลบลบภาพเลยสักครั้ง

เวลาผ่านไป ฉันโตขึ้น ฉันเรียนรู้ว่า สิ่งที่ครูสอนวันนั้น แท้จริงแล้วมันปลูกฝัง
นิสัยหนึ่งให้กับ ฉัน นั่นคือ

การ เข้าใจธรรมชาติของความผิดพลาด ความผิดพลาด
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของทุกคน และในชีวิตหนึ่งก็มีหลายครั้งที่ฉันได้พบมัน
โดยไม่ตั้งใจ

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันยอมรับความผิดพลาดเหล่านั้น และรวบรวมสติเพื่อ
แก้ไขปัญหา ต่างๆ ได้ ก็คือ การที่ฉันเข้าใจว่า ธรรมชาติของความผิดพลาด

คือ การที่มันเกิดขึ้นแล้ว จะคงอยู่ถาวร ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ยางลบ
ลบความผิดพลาดแต่ฉันจำเป็นต้องใช้สมองต่อเติม แก้ไขภาพวาดของฉัน
ให้สมบูรณ์ ด้วยตัวเอง

ดังนั้นถ้าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว
การที่เราจะมานั่งร้องห่มร้องไห้ อ้อนวอนขอแหกกฎเพื่อใช้ยางลบกลับไป
แก้ไขมันนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะทำได้ก็คือ รู้จักพลิกแพลงแก้ไข
สิ่งเหล่า นั้นด้วยสติ และวาดภาพของตัวเองต่อไปด้วยความระแวดระวัง
มากยิ่งขึ้น

ทุก คนมีดินสอหนึ่งแท่งเพื่อที่จะวาดภาพชีวิตของเราให้สวยงาม
แต่เราไม่มียางลบสักก้อนที่จะเอาไปลบ สิ่งที่เราทำผิดพลาดมาแล้วได้

ดังนั้นเราต้องตั้งใจ และมีสติทุกครั้งที่ลากเส้น ถึงแม้ภาพที่เราวาดออกมา
จะไม่เหมือนกับภาพที่เราฝันไว้สักเท่าไหร่ แต่มันก็ออกมาจากมือของเรา

เราควรจะภูมิใจกับมันได้เสมอไม่ต้องกลัว หรอก แม้จะรู้ดีว่าสักวันหนึ่ง
เราอาจลากเส้นบิดเบี้ยวไปบ้างเพราะถึงอย่างไร ฉันยังเชื่อว่าถ้าสมอง
และหัวใจของเราทำงานอย่างเต็มที่ภาพชีวิตเราก็งดงามได้โดยไม่ ต้องใช้ยางลบ

ณ เวลาขณะนี้ ตีสามสามสิบเจ็ดนาที

นี่มันก็ใกล้เวลาเช้าแล้ว ทำไมตรูมานั่งทำอะไรอยู่เนี่ย
นั่งอ่านหนังสือจบแล้ว วินโดส์ก็ลงเสร็จแล้วเหลือแค่ลงโปรแกรมอื่นๆสำหรับใช้งานตามหลัง
เช้านี้เป็นเช้าของวันจันทร์ เป็นเช้าของการเริ่มวันทำงานวันแรกของสัปดาห์
หนังสืออ่านจบแล้วแต่ว่า.....ยังไม่ได้ทำสรุป รู้สึกว่าสมองมันเบลอๆ คิดอะไรไม่ออก
จะให้สรุปยังไงเนี่ย ตรูยังอ่านไม่เข้าใจเลย อ๊ากกกกกกกกกก
ต้องสรุปกับทำตัวอย่างอีก พระเจ้าช่วยกล้วยตากกินหมาก.........@#%$%@#$@

นั่งอ่านหนังสือระบบการวางแผนการผลิต ณ เวลาเที่ยงคืน

นานๆจะได้มานั่งอ่านหนังสือซะที แต่แทนที่จะได้อ่านหนังสือนิยาย การ์ตูนแต่ทำไมตรูต้องมานั่งอ่านหนังสือวิชาการอะไรแบบนี้ฟร่ะเนี่ย เซ็งจริงๆเลย แต่ก็เอาน่ามันเป็นคำสั่งจากบอส ก็คงจะต้องอ่านอ่ะนะ นี่ก็นั่งอ่านไปได้สามสิบกว่าหน้าก็เริ่มจะขี้เกียจซะแระ ก็นะให้มานั่งอ่านหนังสือวิชาการเป็นใครก็คงจะง่วงเป็นธรรมดา เฮ้อออพักดูบอลดีกว่าวางหนังสือไว้ก่อนง่วงนอนมากมายจริงๆ แล้วค่อยมาอ่านต่อหลังดูบอลทีมเยอรมันเตะ คิกคิก

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2553

วันนี้ตื่นมาด้วยอาการมึนๆ งงๆ ด้วยอารมณ์หิวข้าว ตื่นมาว่าจะมาลงวินโดส์ให้เสร็จแต่มันก็ลงไม่ได้ซ้าาาที
มันเป็นอารายของมันเนี่ย ขึ้นจอฟ้าตลอดเวลาให้ตายซิ เอาเป็นว่าเอามันไว้ก่อนแล้วกันเดี๋ยวค่อยมาลง
รอไปเอาแรมจากออฟฟิศมาเทสดูว่ามันเป็นที่แรมหรือเปล่า

เตรียมหุงข้าวไว้กินดีกว่า เริ่มจะหิวแระ ว่าแต่ กรูอาบน้ำยังวะเนี่ย (ณ กำลังเขียนบล็อก)
งงกับตัวเองจริงๆ ออกไปซื้อกับข้าวดีกว่า ข้าวสุกแล้ววว ท้องก็เริ่มร้องแล้วด้วย
เด้วค่อยกลับมาเขียนใหม่ อิอิ

วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

วันเสาร์อีกวัน วันที่ตั้งใจจะไปตลาด "ดอนหวาย"

เนื่องจากเมื่อคืนวันศุกร์ นั่งดูบอลซะดึก(พูดง่ายๆนอนดึกว่างั้น)
ตอนแรกนัดกับเพื่อนไว้ว่าจะไปเดินเล่นที่ตลาดดอนหวาย จ.นครปฐมกัน แต่พอดีว่าวันเสาร์นัดกับพี่สาวไว้ ว่าจะไปดูคอมฯให้ตอนเช้า
ตอนแรกกะว่าคอมฯ มันคงไม่เป็นอะไรมาก ดูแป้บเดียวก็น่าจะแก้ไขได้เสร็จไม่น่าเกิน 10 โมงครึ่ง
ปรากฏว่าสุดท้ายและท้ายสุด ปาเข้าไปบ่ายโมงครึ่งแล้ว ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาวินโดว์รีสตาร์ทตัวเองได้ซะที
เอามาปัดฝุ่นก็แล้ว เช็ดแรมก็แล้ว ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ซะที จนปัญญาของตรูจริงๆๆๆ
สุดท้ายก็ต้องนำมันกลับมาที่ห้องเพื่อทำการลงวินโดส์ใหม่ (แต่ตอนนี้มันยังนอนอยู่เฉย ไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย ฮ่าๆๆๆ)
เดี๋ยวตอนเย็นๆ ค่อยจัดการมัน ตอนนี้ขี้เกียจทำ อิอิ